Un title page
Thainextstep.com สอนทำเว็บไซต์ด้วย Dreamweaver Photoshop  PHP & MySql และ การทำ SEO
Un title page
Thainextstep.com สอน HTML บทความ Dreamweaver สอน Photoshop บทความ PHP & MySql Web Tips SEO Guide
Un title page
Webmaster Tips
  หลักการเรียนรู้ (เริ่มต้นจ้า)
  วัตถุดิบสำหรับเว็บไซต์
  เอาของฟรีมาฝาก
  รู้เรื่อง Banner มาตรฐาน
  ไอคอนตกแต่งเว็บ
  Free Brushes สวย ๆ
 


  หลักการเลือกใช้บริการ web hosting
 

หลังจากที่เราได้ทำเว็บไซต์เสร็จแล้ว และต้องการให้เว็บไซต์ที่เราทำสามารถ online ให้คนทั่วโลกเห็น หลังจากนี้เราต้องทำ 2 อย่างด้วยกันคือ จด domain name และขอเช่าใช้บริการ hosting สำหรับในบทความนี้ เราจะมาเริ่มต้นที่การพิจารณาเลือกใช้บริการ Web hosting ว่าจะต้องคำนึงถึงอะไรกันบ้าง ก่อนที่เราจะเช่าใช้บริการจากผู้ให้บริการ hosting แต่ละแห่ง

     
 

ก่อนหน้านี้ Webmaster เคยแนะนำ host ฟรี หรือ web hosting ฟรี ให้น้อง ๆ ลองเข้าไปลองใช้งานกันมาบ้างแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วในเมื่อมี web hosting ฟรี อยู่แล้ว ทำไมเราจะต้องมาขอเช่าใช้บริการ hosting แบบเสียเงินกันด้วยล่ะ คำตอบก็คือ เค้าให้ใช้ฟรีก็จริง แต่ก็ให้แบบจำกัด เช่น พื้นที่เก็บข้อมูลแค่ไม่กี่ MB และส่วนใหญ่แล้ว จะไม่สามารถรองรับการใช้งานด้านโปรแกรมมิ่งได้ คือรองรับเฉพาะ html เท่านั้น หากเราต้องการมากกว่านี้ เช่น เว็บของเราใหญ่ขึ้น ก็ต้องมีพื้นที่เก็บข้อมูลเยอะขึ้น หรือเราอยากจะทำเว็บด้วยภาษา php มีฐานข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราก็จะต้องเปลี่ยนมาใช้บริการแบบเช่า hosting ที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายแทนนั่นเอง

 
   
 

ทีนี้ก็มาถึงหลักการพิจารณาสำหรับการเช่าใช้บริการ hosting ว่าหากเราเช่า hosting สักแห่งหนึ่ง จะต้องมอง ต้องพิจารณาเรื่องใดบ้าง ซึ่งพอจะสรุปประเด็นสำคัญ ๆ ได้ดังนี้

ส่วนของ Server
1. ค่าบริการ ซึ่งการเช่าใช้บริการ hosting สำหรับ hosting ไทย ส่วนใหญ่แล้วจะคิดค่าบริการเป็นรายปี เช่นตามภาพด้านล่าง จะจัดเป็นแพ๊คเกจ ราคาตามตำแหน่งที่ 1 เช่น Atom 800 บาท Nano 1200 บาท และ Lite 1800 บาท เป็นต้น อันนี้ก็พิจารณาตามทรัพย์ในกระเป๋าของเราเองค่ะ

2. Multi Domain ตามตัวอย่างในตำแหน่งที่ 2 ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญ สำหรับใช้พิจารณาในเรื่องของจำนวนเว็บไซต์ที่เราจะทำ เช่น ถ้าเราเลือกเช่าบริการ hosting แพ๊คเกจ Atom 800 บาท จะหมายความว่า เราจะทำเว็บไซต์ได้แค่ 1 เว็บไซต์เท่่านั้น ในขณะที่หากเราเลือกเช่าบริการ hosting แพ๊คเกจ Nano 1200 บาท เราจะสามารถแบ่งโฮสติ้ง รองรับเว็บไซต์ได้ถึง 3 เว็บไซต์ (เช่า hosting ที่เดียว แบ่งทำเว็บไซต์ได้ 3 เว็บ โดยจดโดเมนได้ 3 โดเมน แล้วชี้มายัง Server ตามที่เราได้แบ่งไว้) ซึ่งถ้าใครที่จะทำแค่เว็บเดียวก็ควรเลือกซื้อแบบแรก เพราะจะได้ราคาถูก แต่ถ้าหากใครที่คิดว่าน่าจะทำเว็บไซต์มากกว่า 1 เว็บหรือ จะทำเว็บไซต์ถึง 3 เว็บไซต์แน่ ๆ ก็ต้องเลือกซื้อแบบที่ 2 เพราะถ้าหากจะทำเว็บไซต์ 3 เ็ว็บไซต์แน่ ๆ เลือกแบบแพ๊คเกจ Nano ไปเลยจะประหยัดเงินกว่า ที่จะมาซื้อแพ๊คเกจ Atom ถึง 3 ครั้ง

 
   
 
 
     

3. ขนาดพื้นที่ (Disk Space) ซึ่งก็คือพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรา hosting ในปัจจุบันส่วนใหญ่ก็จะมีพื้นที่อยู่ที่ 1 GB เพราะฉะนั้นก่อนพิจารณาเลือกซื้อ ก็ดูตรงนี้ด้วยค่ะ ควรที่จะมีตั้งแต่ 1 GB ขึ้นไป หรือยิ่งเยอะได้ยิ่งดี

4. Data transfer/Month ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ ในการพิจารณาเช่าใช้บริการ hosting เพราะมีผลต่อการแสดงผลของเว็บไซต์ของเรา ซึ่ง Data transfer ก็คือปริมาณข้อมูลที่มีการเรียกดึงจาก Server หรือก็คือปริมาณข้อมูลที่เว็บไซต์ของเราถูกดึงมาแสดงผล ยกตัวอย่าง เช่น เว็บเรามีไฟล์ชื่อ index. html มีขนาด 1 KB. และในไฟล์นี้มีการใช้ไฟล์ภาพชื่อ image.jpg ที่มีขนาด 9 KB. นั่นหมายถึง ทุก ๆ ครั้งที่มีการเปิดไฟล์หน้า index. html ผ่านบราวเซอร์ ก็จะใช้ Data transfer ไป 10 KB. ซึ่งเราก็ต้องมาคำนึงถึงว่า เว็บไซต์เรามีขนาดทั้งหมดเท่าไหร่ คนเข้ามากน้อยแค่ไหน จำนวนที่คนเปิดดูเพจมากน้อยแค่ไหน ยิ่งคนเข้าเว็บไซต์มาก จำนวนเพจที่ถูกดึงมาแสดงผลก็มากตามไปด้วย ดังนั้น Data transfer ก็จะถูกใช้ไปมากเช่นกัน ดังนั้นเวลาใช้บริการ hosting ก็ควรเลือกที่มี Data transfer เยอะ ๆ ได้ยิ่งดี หรืออย่างน้อย ๆ ในกรณีที่เว็บเราเพิ่งเริ่มต้นทำใหม่ ๆ ก็ควรมี Data transfer ซักประมาณ 10 GB. ขึ้นไป (เมื่อใช้ไปแล้ว เว็บเติบโตขึ้น คนเข้าเว็บเยอะขึ้น ก็ต้องพิจารณาจากสถิติ จาก logfile ของ Server ว่าใช้ Data transfer เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ หากมันใกล้จะถึงที่กำหนดไว้ก็ต้องขอขยาย Data transfer เพื่อรองรับจำนวนคนที่ใช้งานเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หรืออาจต้องมองหา Server ใหม่ที่ได้ Data transfer เยอะ ๆ ขึ้น) หากคนใช้งานเว็บไซต์เราเยอะ จนเกิน Data transfer ที่ทาง Server กำหนดไว้ จะทำให้เว็บไซต์เราเข้าใช้งานไม่ได้ จนกว่าจะเลยเดือน ๆ นั้น ๆ ไปถึงจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง (เช่น ใช้ไป 23 วัน ก็ Data transfer เกิน ก็จะทำให้เว็บเข้าไม่ได้ไปประมาณ 1 อาทิตย์ จนกว่าจะถึงวันที่ 1 ของเดือนหน้า เว็บไซต์ของเราถึงจะกลับมาใช้งานได้)

5. Web Control Panel เป็นระบบจัดการ Server หรือหลังบ้านของ Server ที่เราสามารถเข้าไปจัดการได้ เช่น แบ่งพื้นที่โฮสติงค์ แบ่ง Sub domain จัดการระบบฐานข้อมูลเป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมีให้ผู้ซื้อบริการเข้าใช้งานได้ ซึ่ง Web Control Panel นี้ก็มีอยู่หลายตัวเช่น Cpanel, DirectAdmin ฯลฯ ก็ลองพิจารณาดูว่าแต่ละผู้ให้บริการ hosting เค้าใช้ระบบจัดการตัวไหน เราถนัดหรือปล่าว ถ้าเราเคยใช้อยู่แล้ว ก็จะง่ายสำหรับการใช้งาน เป็นต้น

 
 
     

ส่วนของ Database และ Programming
1. ฐานข้อมูล ซึ่งจะมีให้รายละเอียดว่า แต่ละแพ๊คเกจ สามารถสร้างฐานข้อมูลได้จำนวนเท่าไหร่ ตามภาพตัวอย่าง แพ๊คเกจ Atom สร้างได้ 6 ฐานข้อมูล ในขณะที่ แพ๊คเกจ Nano สร้างได้ 12 ฐานข้อมูล เป็นต้น และนอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาถึงระบบจัดการฐานข้อมูล ว่ามีให้ใช้หรือไม่ และจัดการด้วยระบบใด ตามตัวอย่างในตำแหน่งที่ 2 จากข้อมูลจะเห็นว่ามีระบบรองรับการจัดการฐานข้อมูล โดยใช้เป็น phpMyAdmin ซึ่งรองรับภาษาไทยทั้งแบบ Tis620 และ UTF-8

2. โปรแกรมภาษา ซึ่งจากภาพ Spac ของ Server นี่ ทุกแพ๊คเกจสามารถรองรับภาษา PHP, HTML, AJAX, WAP, XHTML, XML, SSI, CSS, WML ได้ ซึ่งเราก็ต้องพิจารณาเช่นกัน ว่าเราจะพัฒนาเว็บด้วยภาษาอะไร เช่น ถ้าเราพัฒนาเว็บด้วย ASP ก็จะไม่สามารถใช้ Server นี้ได้ (ASP ต้องใช้ Server ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows ตามข้อมูลที่นำมาเป็นตัวอย่างจะเป็นระบบปฏิบัติการ Linux ซึ่งโดยปกติแล้ว Hosting Server ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Linux จะมีราคาถูกกว่าแบบ Windows)

 

นอกเหนือจากเรื่อง spec ของ hosting หรือของ server แล้วส่วนของบริษัท หรือ ผู้ให้บริการ และการให้บริการหลังการขาย หรือหลังการเช่าบริการ hosting ก็มีความสำคัญมาก ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น อายุในการดำเนินธุรกิจด้านนี้ ว่าให้บริการมานานหรือยัง การ Service และ Support เป็นอย่างไร เช่นในส่วนของ การให้คำแนะนำ การให้คำปรึกษา และการแก้ไขปัญหา เมื่อเกิดปัญหากับ Server ขึ้น การสำรองข้อมูลเว็บไซต์ เป็นต้น แต่ละแห่งมีทีมงานพร้อมที่จะค่อยให้บริการหรือไม่ ตลอดจนเรื่องทักษะ ความสามารถของทีมงานแต่ละแห่ง ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ต้องใช้ประสบการณ์ตรงถึงจะรู้ หรือก่อนจะพิจารณาเช่าใช้บริการ hosting แต่ละแห่ง ลองเอาข้อมูลของผู้ให้บริการ hosting ไปค้นดูใน Google ดูก็ได้ ถ้าที่ไหนที่โฮสติงไม่ดี หรือให้บริการแย่ ๆ ก็คงมีคนไปโพสต์ระบายอารมณ์ไว้ให้เราได้อ่าน ซึ่งก็ช่วยให้เราได้เอาไปใช้ในการพิจารณาเลือกใช้บริการ hosting ได้พอสมควรเลยทีเดียว

 
   
   
วันที่บทความ : 02 ต.ค. 2553              ที่มา : thainextstep.com

สอนทำเว็บไซต์   |   สอนภาษา HTML   |   สอน Dreamweaver   |   สอน Photoshop   |   สอนภาษา PHP & MySql   |   รวมทิป เทคนิคการทำเว็บไซต์   |   สอนการทำ SEO
:: Copyright © 2005 by Chatta design. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.::